จังหวัดชัยภูมิ ตั้งอยู่ในภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ตรงบริเวณใจกลางของประเทศ บริเวณเส้นรุ้งที่ 15 องศาเหนือ เส้นแวงที่ 102 องศาตะวันออก อยู่สูงจากระดับน้ำทะเล 631 ฟุต ห่างจากกรุงเทพมหานครโดยทางรถยนต์ประมาณ 332 กิโลเมตร มีเนื้อที่ประมาณ 12,778.3 ตารางกิโลเมตร หรือประมาณ 7,986,429 ไร่ คิดเป็นร้อยละ 7.6 ของพื้นที่ทั้งหมดของภาคตะวันออกเฉียงเหนือ และร้อยละ 2.5 ของพื้นที่ทั้งประเทศ มีพื้นที่ใหญ่เป็นลำดับที่ 3 ของภาคตะวันออกเฉียงเหนือ และเป็นลำดับที่ 7 ของประเทศ
   
 
   
   

จังหวัดชัยภูมิมีลักษณะภูมิประเทศเป็นที่ราบสูง บริเวณตอนกลางของจังหวัดเป็นพื้นที่ราบ พื้นที่ครึ่งหนึ่งของจังหวัดเป็นป่าไม้และภูเขา นอกจากนั้นเป็นที่ราบสูง มีพื้นที่ป่าไม้และเทือกเขาตั้งเรียงรายจากทิศตะวันออกสู่ทิศตะวันตก ประกอบด้วยเทือกเขาสำคัญคือ ภูเขียว ภูแลนคา และภูพังเหย ด้วยลักษณะดังกล่าวจึงทำให้พื้นที่จังหวัด ถูกแบ่งเป็น 2 ส่วน คือส่วนเหนือ มีอำเภอหนองบัวแดง แก้งคร้อ บ้านแท่น เกษตรสมบูรณ์ ภูเขียว คอนสาร และภักดีชุมพลส่วนใต้ มีอำเภอเมืองชัยภูมิ บ้านเขว้า จัตุรัส บำเหน็จณรงค์ เทพสถิต หนองบัวระเหว คอนสวรรค์ อำเภอเนินสง่า และกิ่งอำเภอซับใหญ่

   
   

ลักษณะภูมิประเทศที่สำคัญ แบ่งได้เป็น 3 ลักษณะคือ

   
   
1.พื้นทีราบฝั่งแม่น้ำ เขตนี้มีพื้นที่ประมาณ 1,048,000 ไร่ หรือร้อยละ 13 ของพื้นที่จังหวัด มีความสูงตั้งแต่ 0- 200 เมตร จากระดับน้ำทะเลปานกลาง ได้แก่ บริเวณที่ราบลุ่มแม่น้ำชีในเขตอำเภอเมืองชัยภูมิ บำเหน็จณรงค์ จัตุรัส คอนสวรรค์ บริเวณนี้จะเป็นเขตที่ราบ น้ำท่วมถึงในฤดูฝน
   
   
2. พื้นที่ลูกคลื่นลอนต่ำ อยู่ตอนกลางของพื้นที่จังหวัดเป็นแนวยาวตามทิศเหนือ-ใต้ ตามแนวเทือกเขาดงพญาเย็น มีความสูงประมาณ 200- 500 เมตร จากระดับน้ำทะเลปานกลาง ได้แก่ พื้นที่บางส่วนในเขตอำเภอเมืองชัยภูมิ จัตุรัส บำเหน็จณรงค์ บ้านเขว้า และคอนสวรรค์
   
   
3.พื้นที่สูงและภูเขา สภาพภูมิประเทศส่วนใหญ่เป็นพื้นที่ลอนลึกและภูเขาในเขตเทือกเขาดงพญาเย็น มีความสูงตั้งแต่ 500- 1,000 เมตร จากระดับน้ำทะเลปานกลาง ซึ่งได้แก่ พื้นที่บางส่วนของอำเภอหนองบัวระเหว คอนสาร เกษตรสมบูรณ์ ภูเขียว แก้งคร้อ และพื้นที่ทางตอนเหนือของอำเภอเมืองชัยภูมิ
   
 
   
   

จังหวัดชัยภูมิ มีรูปแบบการปกครองและการบริหารราชการเป็น 3 ส่วนคือ

   
   
1. การบริหารราชการส่วนภูมิภาค ได้แก่ หน่วยงานที่กระทรวง กรมต่าง ๆ ส่งมาปฏิบัติราชการประจำ โดยผู้ว่าราชการจังหวัดเป็นผู้บังคับบัญชารับผิดชอบ ดังนี้
   
   
1.1 หน่วยงานระดับจังหวัด ประกอบด้วย หน่วยงานทั้งสิ้น 34 หน่วยงาน เช่น ที่ทำการปกครองจังหวัด สำนักงานสรรพากรจังหวัด สำนักงานป่าไม้จังหวัด เป็นต้น
   
   
1.2 หน่วยงานระดับอำเภอ ประกอบด้วย 16 อำเภอ 123 ตำบล และ 1,617 หมู่บ้าน
   
   
2. การบริหารราชการส่วนกลาง ได้แก่  หน่วยงานของรัฐและรัฐวิสาหกิจที่ขึ้นตรงต่อการบริหารราชการส่วนกลางที่ประจำในจังหวัด มีทั้งสิ้น  46  หน่วยงาน  และเป็นหน่วยงาน  และเป็นหน่วยงานรัฐวิสาหกิจจำนวน  15  หน่วยงาน
   
   
3. การบริหารราชการส่วนท้องถิ่น ประกอบด้วย
   
   
องค์การบริหารส่วนจังหวัด 1 แห่ง คือ องค์การบริหารส่วนจังหวัดชัยภูมิ
   
   
เทศบาลเมือง 1 แห่ง คือ เทศบาลเมืองชัยภูมิ
   
   
เทศบาลตำบล 19 แห่ง
   
   
องค์การบริหารส่วนตำบล ( อบต. ) 122 แห่ง
   
 
   
   
การอุตสาหกรรมจังหวัดชัยภูมิ
   
   

โรงงานอุตสาหกรรมส่วนใหญ่ในจังหวัดชัยภูมิ เป็นอุตสาหกรรมขั้นพื้นฐานในลักษณะการแปรรูปผลผลิตทางด้านการเกษตรเบื้องต้น และส่งต่อไปยังโรงงานอุตสาหกรรมในกรุงเทพฯ และจังหวัดอื่น ๆ

   
   

สถิติโรงงานอุตสาหกรรม

   
   

ในปีพ.ศ. 2550 จังหวัดชัยภูมิมีโรงงานอุตสาหกรรมทั้งสิ้น 523 แห่ง มีเงินทุน 9,514,509,128.07 บาท มีจำนวนคนงานทั้งสิ้น 21,255 คน เมื่อแยกตามประเภทอุตสาหกรรมแล้ว พบว่า อุตสาหกรรมการเกษตรมากเป็นอันดับ 1 มีโรงงานอุตสาหกรรมจำนวน 104 โรงงาน อุตสาหกรรมอโลหะ อุตสาหกรรมเครื่องจักรกล อุตสาหกรรมผลิตภัณฑ์โลหะ มีโรงงานอุตสาหกรรม 81,57,52 โรงงาน ตามลำดับ
เงินทุนรวมโรงงานของจังหวัดชัยภูมิ 9,514,509,128.07 บาท อุตสาหกรรมการเกษตร มีเงินทุนจำนวน 1,937,483,476.07 บาท อุตสาหกรรมอโลหะ 243,711,500 บาท อุตสาหกรรมเครื่องจักรกล 86,188,400 บาท อุตสาหกรรมผลิตภัณฑ์โลหะ 38,092,265 บาท
การจ้างงานมีจำนวนคนงานทั้งสิ้น 21,255 คน อำเภอที่มีการจ้างงานมากที่สุดคือ อำเภอเมืองชัยภูมิ 6,104 คน รองลงมาคือ อำเภอแก้งคร้อ 5,664 คน อำเภอจัตุรัส 2,280 คน อำเภอเกษตรสมบูรณ์ 2,000 คน อำเภอภูเขียว 1,562 คน ตามลำดับ
สำหรับแหล่งที่ตั้งโรงงานอุตสาหกรรม พิจารณาจากความหนาแน่นของโรงงาน ขนาดเงินลงทุน และจำนวนการจ้างงาน ได้แก่
         (1) อำเภอเมือง เป็นพื้นที่ที่มีโรงงานตั้งอยู่หนาแน่นมากเป็นอันดับ 1 และมีจำนวนการจ้างงานสูงเป็นอันดับ 1 มีเงินทุนภาคอุตสาหกรรมสูงเป็นอันดับ 2 รองจากอำเภอภูเขียว
         (2) อำเภอภูเขียว เป็นแหล่งที่ตั้งสำคัญของอุตสาหกรรมการเกษตร (น้ำตาลทราย) และเป็นแหล่งที่ตั้งสำคัญในการผลิตเอทานอล มีเงินทุนภาคอุตสาหกรรมสูงเป็นอันดับ 1 ของจังหวัดชัยภูมิ
         (3) อำเภอแก้งคร้อ เป็นแล่งที่ตั้งสำคัญของกลุ่มอุตสาหกรรมถักทอ การตัดเย็บเสื้อผ้า เป็นพื้นที่ที่มีการจ้างแรงงานสูงเป็นอันดับ 2 รองจากอำเภอเมือง
         (4) อำเภอจัตุรัส
และอำเภอบำเหน็จณรงค์ เป็นแหล่งที่ตั้งสำคัญของอุตสาหกรรมการเกษตรในกลุ่มแป้งมันสำปะหลัง อุตสาหกรรมพลาสติก และอำเภอบำเหน็จณรงค์เป็นแหล่งที่ตั้งเหมืองโปแตสของโครงการอาเซียน
ส่วนในพื้นที่ของ 11 อำเภอที่เหลือ คือ คอนสวรรค์ บ้านเขว้า เกษตรสมบูรณ์ หนองบัวแดง หนองบัวระเหว เทพสถิต บ้านแท่น คอนสาร ภักดีชุมพล เนินสง่า และกิ่งอำเภอซับใหญ่ แม้สถานภาพปัจจุบันจะบ่งชี้ว่ามีธุรกรรมอุตสาหกรรมตั้งอยู่เบาบาง แต่มีหลายพื้นที่ที่มีศักยภาพในการส่งเสริมพัฒนาอุตสาหกรรมในพื้นที่ที่เข้มแข็ง เช่น การผลิตผลิตภัณฑ์ผ้าไหม สิ่งถักทอ ในอำเภอคอนสวรรค์ บ้านเขว้า เนินสง่า เทพสถิต และหนองบัวระเหว อุตสาหกรรมการเกษตรจากผลผลิตวัตถุดิบพืชผักผลไม้และปศุสัตว์ในอำเภอคอนสาร เกษตรสมบูรณ์ หนองบัวแดง ภักดีชุมพล และเทพสถิต

   
 
   
   

เศรษฐกิจโดยรวม

   
   

ข้อมูลจากสำนักงานคณะกรรมการพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ รายงานว่า ในปี พ.ศ. 2549 จังหวัดชัยภูมิมีมูลค่าผลิตภัณฑ์มวลรวมจังหวัด (GPP) ตามราคาประจำปี 36,317 ล้านบาท โดยมูลค่าส่วนใหญ่มาจากสาขาเกษตรกรรม การล่าสัตว์ และการป่าไม้ 9,748 ล้านบาทหรือคิดเป็นสัดส่วนถึงร้อยละ 26.8 ของผลิตภัณฑ์มวลรวมจังหวัด รองลงมาเป็นสาขาการขายส่ง การขายปลีก การซ่อมแซมยานยนต์ จักรยานยนต์ ของใช้ส่วนบุคคล และของใช้ในครัวเรือน มูลค่า 8,059 ล้านบาท หรือร้อยละ 22.2 สาขาการศึกษาและสาขาอุตสาหกรรม มีมูลค่า 4,164 และ 4,041 ล้านบาท หรือเป็นสัดส่วนร้อยละ 11.5 และ 11.1 ตามลำดับ
จากมูลค่าผลิตภัณฑ์มวลรงมจังหวัด ณ ราคาปี 2531 ของปี 2549 พบว่ามีมูลค่า 17,833 ล้านบาท เมื่อพิจารณาอัตราการขยายตัวพบว่าในปี 2549 ขยายตัวถึงร้อยละ 6.6 โดยสาขาการขนส่ง สถานที่เก็บสินค้าและการคมนาคม สาขาขายส่ง การขายปลีก การซ่อมแซมยายยนต์ จักยานยนต์ของใช้ส่วนบุคคล ละของใช้ในครัวเรือน สาขาตัวกลางทางการเงิน สาขาบริการด้านอสังหาริมทรัพย์ การให้เช่า และบริการทางธุรกิจ และสาขาการศึกษา มีการขยายตัวอย่างต่อเนื่อง สาขาการเกษตรขยายตัวจากปี 2548 ร้อยละ 5.9 และสาขาอุตสาหกรรมขยายตัวร้อยละ 3.2

   
   
มูลค่าผลิตภัณฑ์ต่อคน
   
   

ใน พ.ศ. 2549 จังหวัดชัยภูมิมีมูลค่าผลิตภัณฑ์เฉลี่ยต่อคน 32,875 บาท ซึ่ง้พิ่มขึ้นจากปี 2548 ถึงร้อยละ 12.3 จัดเป็นลำดับที่ 8 ของภาคตะวันออกเฉียงเหนือ และลำดับที่ 65 ของประเทศ โดยมีอัตราการขยายตัวต่อเนื่องตั้งแต่ปี 2543 และข้อมูลจากการสำรวจภาวะการทำงานของประชากร สำนักงานสถิติแห่งชาติ พบว่า ในปี พ.ศ. 2549 อาชีพของผู้มีงานทำในจังหวัดชัยภูมิ ส่วนใหญ่ คือ ประกอบอาชีพด้านการเกษตร โดยมีผลผลิตทางการเกษตรที่สำคัญ คือ ข้าว อ้อยโรงงาน มันสำปะหลัง พริก ซึ่งมูลค่าผลิตภัณฑ์จากสาขาการเกษตรขึ้นกับราคาและปริมาณน้ำสำหรับทำการเกษตร

   
 
   
   

การขนส่งทางรถไฟ

   
   

จังหวัดชัยภูมิมีเส้นทางรถไฟผ่านพื้นที่ทางตอนใต้ของจังหวัดซึ่งเป็นเส้นทางระหว่างอำเภอแก่งคอย จังหวัดสระบุรี – อำเภอบัวใหญ่ จังหวัดนครราชสีมา – อำเภอเทพสถิต – บำเหน็จณรงค์ – จัตุรัส จังหวัดชัยภูมิ ซึ่งมีสถานีรถไฟรวม 6 สถานี มีขบวนรถไฟผ่านสถานีรถไฟอำเภอบำเหน็จณรงค์ และอำเภอจัตุรัส ขึ้นล่องวันละ 10 ขบวน เนื่องจากการคมนาคมทางรถไฟ ไม่ผ่านเส้นทางสำคัญของจังหวัด และตัวจังหวัด ทำให้การเดินทางโดยรถไฟไม่เป็นที่นิยมสำหรับประชาชน เพราะไม่สะดวกเท่าทางรถยนต์

   
   

การขนส่งทางรถยนต์

   
   

การคมนาคมขนส่งทางบกของจังหวัดชัยภูมิ มีความสะดวกสบายและเป็นที่นิยมของประชาชนในจังหวัดชัยภูมิมาก โดยมีเส้นทางติดต่อกับกรุงเทพฯ และจังหวัดใกล้เคียงได้อย่างสะดวก มีทางรถยนต์โดยสาร วิ่งระหว่างจังหวัดกรุงเทพฯ มายัง จังหวัดชัยภูมิหรือจังหวัดอื่นซึ่งผ่านจังหวัดชัยภูมิ 4 สายและรถยนต์โดยสารวิ่งระหว่างจังหวัดชัยภูมิไปยังจังหวัดใกล้เคียง จำนวน 25 สาย รถยนต์โดยสารวิ่งระหว่างจังหวัดกับอำเภอมี 29 สาย และเส้นทางเดินรถภายในชุมชนเมืองชัยภูมิ 3 สาย จังหวัดชัยภูมิ มีเส้นทางคมนาคมติดต่อกับจังหวัดต่าง ๆ หลายจังหวัด สภาพถนนดี และเดินทางสะดวกทุกฤดูกาล ดังนี้

   
   
จากกรุงเทพฯ เดินทางไปตามทางหลวงหมายเลข 1 ผ่านรังสิต วังน้อย จนถึงสามแยกจังหวัดสระบุรี เลี้ยวขวาไปตามทางหลวงหมายเลข 2 ผ่านอำเภอปากช่อง จะมีทางแยกซ้ายมือเข้าสู่ทางหลวงหมายเลข 201 ผ่านอำเภอสีคิ้ว อำเภอด่านขุดทด เข้าเขตจังหวัดชัยภูมิ ที่อำเภอจัตุรัส ขับตรงเข้าสู้ตัวจังหวัดชัยภูมิ
   
   
จากจังหวัดลพบุรี เดินทางไปตามทางหลวงหมายเลข 1 ผ่านอำเภอชัยบาดาล ตำบลลำนารายณ์ เลี้ยวซ้ายไปตามทางหมายเลข 205 ผ่านอำเภอเทพสถิตจังหวัดชัยภูมิ จนถึงสี่แยกตำบลหนองบัวโคก เลี้ยวซ้ายไปตามทางหลวง 201 ผ่านอำเภอจัตุรัสเข้าสู่ตัวจังหวัดชัยภูมิ
   
   
จากจังหวัดนครราชสีมา เดินทางไปตามทางหลวงหมายเลข 2 ผ่านตำบลจอหอ อำเภอเมือง จังหวัดนครราชสีมา เลี้ยวซ้ายไปตามทางหลวงหมายเลข 205 ผ่านอำเภอโนนไทย จังหวัดนครราชสีมาตรงไปจนถึงสี่แยกตำบลหนองบัวโคก อำเภอจัตุรัส เลี้ยวขวาไปตามทางหลวงหมายเลข 201 เข้าสู่จังหวัดชัยภูมิ
   
   
จากจังหวัดขอนแก่น มาได้ 2 ทาง คือ เดินทางไปตามทางหลวงหมายเลข 12 ผ่านบ้านทุ่ม อำเภอเมือง จังหวัดขอนแก่น เลี้ยวซ้ายไปตามทางหลวงหมายเลข 2062 ผ่านอำเภอมัญจาคีรี จังหวัดขอนแก่นแล้วเลี้ยวซ้ายไปตามทางหลวงหมายเลข 2149 ตรงไปจนถึงสามแยกช่องสามหมอ เลี้ยวขวาไปตามทางหลวงหมายเลข 201 เข้าสู่จังหวัดชัยภูมิ หรือมาจากจังหวัดเลย จนถึงตลาดบ้านหัน เล้ยวซ้ายขึ้นทางหลวงหมายเลข 12 ถึงสามแยกชุมแพ เลี้ยวขวา ไปตามทางหลวงหมายเลข 201 ผ่านอำเภอภูเขียว แก้งคร้อ เข้าสู่จังหวัดชัยภูมิ
   
   
จากจังหวัดเพชรบูรณ์ เดินทางไปตามทางหลวงหมายเลข 12 ผ่านอำเภอคอนสาร ตรงไปถึงสามแยกชุมแพ เลี้ยวขวาไปตามทางหลวงหมายเลข 201 ผ่านอำเภอภูเขียว แก้งคร้อ เข้าสู่จังหวัดชัยภูมิ
   
   
จากจังหวัดนครสวรรค์ เข้าอำเภอหนองบัว จังหวัดนครสวรรค์ ผ่านอำเภอวิเชียรบุรี จังหวัดเพชรบูรณ์ เข้าอำเภอภักดีชุมพล หนองบัวระเหวและอำเภอบ้านเขว้า จังหวัดชัยภูมิ ซึ่งจากการเดินทางติดต่อได้หลายจังหวัดดังกล่าว ทำให้จังหวัดชัยภูมิ เป็นศูนย์กลางการคมนาคมระหว่างภาคกลาง ภาคเหนือและภาคตะวันออกเฉียงเหนือ รถประจำทางจากชัยภูมิไปจังหวัดและอำเภอต่าง ๆ
   
   

นอกจากจังหวัดชัยภูมิจะเป็นศูนย์กลางที่มีรถโดยสารติดต่อไปยังจังหวัดต่าง ๆ แล้ว ยังมีรถโดยสารติดต่อไปยังอำเภอต่าง ๆ ได้อย่างสะดวก จากสถานีขนส่งชัยภูมิมีรถโดยสารประจำทางไป กรุงเทพฯ เลย เชียงใหม่ นคสวรรค์ นครราชสีมา ขอนแก่น เพชรบูรณ์-หล่มสัก พิษณุโลก ชุมแพ บัวใหญ่ คอนสวรรค์ หนองบัวแดง เกษตรสมบูรณ์ บ้านเขว้า สมอทอด คอนสาร ลำนารายณ์ บ้านไผ่

   
   

การขนส่งทางอากาศ

   
   

บริษัทการบินไทย จำกัด (มหาชน) ยังไม่มีบริการเที่ยวบินไปจังหวัดชัยภูมิ หากประสงค์จะเดินทางไปโดยเครื่องบินจะต้องลงที่จังหวัดขอนแก่น จากนั้นสามารถต่อรถโดยสารจากจังหวัดขอนแก่นย้อนกลับเข้าชัยภูมิ ระยะทางประมาณ 150 กิโลเมตร หรือจะลงที่จังหวัดนครราชสีมา แล้วต่อรถโดยสารเข้าจังหวัดชัยภูมิ ประมาณ 119 กิโลเมตร

   
 
   
   

จังหวัดชัยภูมิ มีเลขหมายโทรศัพท์ของบริษัท ทีโอที จำกัด ( มหาชน ) รวม 27,520 เลขหมาย และมีเลขหมายที่มีผู้เช่า 21,705 เลขหมาย
มีสถานีวิทยุ 4 แห่ง คือ สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย สถานีวิทยุ จส.5 ของกรมทหารสื่อสาร สถานีวิทยุ อสมท.ชัยภูมิ และสถานีวิทยุ ตชด.ชัยภูมิ   การรับภาพของสถานีโทรทัศน์สามารถรับภาพจากสถานีโทรทัศน์ ได้ 5 ช่อง 3,5,7,9 และไอทีวี รวมทั้งเคเบิ้ลทีวีได้ชัดเจน และในพื้นที่ตอนเหนือของจังหวัดบริเวณอำเภอหนองบัวแดง อำเภอภูเขียว อำเภอคอนสาร และอำเภอบ้านแท่น สามารถรับภาพจากสถานีโทรทัศน์ช่อง 4 ขอนแก่น ของกรมประชาสัมพันธ์ได้ชัดเจนอีกด้วย

   
   

ไปรษณีย์โทรเลข

   
   

จังหวัดชัยภูมิมีที่ทำการไปรษณีย์โทรเลข 16 แห่ง ซึ่งกระจายอยู่ทุกอำเภอ ( ยกเว้นอำเภอเนินสง่าและอำเภอซับใหญ่ ) มีจำนวนไปรษณีย์ภัณฑ์รวมทั้งสิ้น 3,730,002 ชิ้น

   
 
   
   

ไฟฟ้า

   
   

ข้อมูลจากการไฟฟ้าส่วนภูมิภาคจังหวัดชัยภูมิ รายงานว่า จังหวัดชัยภูมิมีการใช้กระแสไฟฟ้า 350 ล้านยูนิต มีผู้ใช้ไฟฟ้า 231,237 ราย โดยมีขอบเขตการรับกระแสไฟฟ้าจากแหล่งผลิต ดังนี้

   
   
กระแสไฟฟ้าจากการไฟฟ้าฝ่ายผลิตที่เขื่อนจุฬาภรณ์ตำบลทุ่งลุยลาย อำเภอคอนสาร ซึ่งเป็นอ่างเก็บน้ำผลิตไฟฟ้าด้วยพลังน้ำ เก็บน้ำได้ 188 ล้านลูกบาศก์เมตร มีเครื่องกำเนิดไฟฟ้า 2 เครื่อง กำลังการผลิตกระแสไฟฟ้า 40,000 กิโลวัตต์/ชั่วโมง หรือ 140 ล้านหน่วย
   
   
กระแสไฟฟ้าจากสถานีจ่ายไฟฟ้าย่อยอำเภอเมืองพล จังหวัดขอนแก่น
   
   
กระแสไฟฟ้าจากสถานีไฟฟ้าย่อยอำเภอชุมแพ จังหวัดขอนแก่น
   
   
กระแสไฟฟ้าย่อย นครราชสีมา
   
   

การไฟฟ้าส่วนภูมิภาคจังหวัดชัยภูมิ มีการไฟฟ้าในสังกัดขึ้นตรง จำนวน 4 แห่งคือ

   
   
การไฟฟ้าอำเภอจัตุรัส
   
   
การไฟฟ้าอำเภอแก้งคร้อ
   
   
การไฟฟ้าอำเภอหนองบัวแดง
   
   
การไฟฟ้าอำเภอบำเหน็จณรงค์
   
   

มีสถานีไฟฟ้าจำนวน 3 สถานี

   
   

1. สถานีไฟฟ้าชัยภูมิ เป็นสถานี 22 เควี. ตั้งอยู่ที่ ถนนสายชัยภูมิ-บัวใหญ่ อำเภอเมือง จังหวัดชัยภูมิ มีความต้องการพลังไฟฟ้าสูงสุด 56.14 เมกกะวัตต์ จ่ายไฟให้กับอำเภอเมืองชัยภูมิ อำเภอหนองบัวแดง อำเภอภักดีชุมพล อำเภอจัตุรัสบางส่วน และอำเภอบัวใหญ่บางส่วน

   
   

2. สถานีไฟฟ้าบำเหน็จณรงค์ เป็นสถานี 22 เควี. ตั้งอยู่ที่ ตำบลสุรนารายณ์ อำเภอบำเหน็จณรงค์ จังหวัดชัยภูมิ มีความต้องการพลังไฟฟ้าสูงสุด 29.70 เมกกะวัตต์ จ่ายไฟให้กับอำเภอบำเหน็จณรงค์ อำเภอจัตุรัสบางส่วน และอำเภอด่านขนทดบางส่วน

   
   

3. สถานีไฟฟ้าแก้งคร้อ เป็นสถานี 115 เควี. ตั้งอยู่ที่ ถนนสายแก้งคร้อ-ภูเขียว อำเภอแก้งคร้อ จังหวัดชัยภูมิ มีความต้องการพลังงานไฟฟ้าสูงสุด 19.02 เมกกะวัตต์ จ่ายไฟให้กับอำเภอแก้งคร้อ อำเภอภูเขียว อำเภอคอนสวรรค์ และอำเภอบ้านแท่น
สถานะการให้บริการจ่ายไฟฟ้าให้ประชาชน
ปัจจุบันการไฟฟ้าได้ขยายเขตและให้บริการไฟฟ้าเกือบครบทุกหมู่บ้าน  ยังเหลือเพียง  6  หมู่บ้าน (บ้านหินหนีบ  หมู่ 6  ตำบลท่าหินโงม  บ้านแหละหญ้าคา  หมู่ 11  ตำบลท่าหินโงม  บ้านหนองกวาง หมู่ 10  ตำบลท่าหินโงม  บ้านซับสมบูรณ์  หมู่ 8  ตำบลท่าหินโงม  บ้านซับน้ำใส  หมู่ 11  ตำบลท่ากูบ  บ้านเทพนิมิต  หมู่ 12  ตำบลนายางกลัก) เท่านั้นที่ยังไม่มีไฟฟ้าใช้เนื่องจากอยู่ในเขตอุทยานแห่งชาติ ในปีงบประมาณ 2549 มีการจำหน่ายกระแสไฟฟ้าภายในจังหวัดทั้งสิ้น 377.14 ล้านหน่วย ซึ่งเพิ่มปีก่อน 57.67 ล้านหน่วย คิดเป็น 18.05 % ในขณะที่จำนวนผู้ใช้ไฟฟ้าในปี 2549 มีจำนวน 300,606 ราย เพิ่มขึ้นจากปีก่อน จำนวน 38,358 ราย หรือ 14.63 %

   
   

ประปา

   
   

จังหวัดชัยภูมิให้บริการของการประปาส่วนภูมิภาค ส่วนใหญ่จะมีเฉพาะในเขตชุมชน
การให้บริการน้ำประปาของการประปาจังหวัดชัยภูมิ ส่วนใหญ่จะมีเฉพาะในเขตชุมชนเมืองใหญ่ เช่น ในเขตเทศบาลเมืองชัยภูมิ เขตเทศบาลตำบล และหมู่บ้านที่มีประชากรหนาแน่น มีจำนวนที่ทำการประปา 5 แห่ง คือ สำนักงานประปาชัยภูมิ สำนักงานประปาจัตุรัส สำนักงานประปาแก้งคร้อ สำนักงานประปาภูเขียว และสำนักงานประปาหนองบัวแดง
สำนักงานประปาทั้งหมด มีกำลังการผลิตรวมทั้งสิ้น 19,468,800 ลูกบาศก์เมตร สามารถผลิตน้ำได้ 13,666,523 ลูกบาศก์เมตร มีจำนวนผู้ใช้น้ำทั้งสิ้น 51,758 ราย มีการใช้กระแสไฟฟ้าจำนวน 245 ล้านยูนิต และมีจำนวนผู้ใช้ไฟฟ้า 244,989 ราย
การใช้น้ำเพื่อการอุปโภคบริโภคในชุมชน ประชากรยังอาศัยแหล่งน้ำธรรมชาติและหน่วยงานของรัฐหลายหน่วยงานได้จัดหาแหล่งน้ำ โดยการขุดบ่อบาดาล บ่อน้ำตื้น อ่างเก็บน้ำ เหมือง ฝาย และการประปาชนบท เพียงพอต่อความต้องการของประชากร จากการสำรวจของสำนักงานพัฒนาชุมชนจังหวัดชัยภูมิ ในปี พ.ศ. 2548 หมู่บ้านมีจำนวน 1,533 หมู่บ้าน มีน้ำประปาใช้แล้วจำนวน 1,500 หมู่บ้าน มีหมู่บ้านที่ไม่มีน้ำประปาใช้ จำนวน 33 หมู่บ้าน คิดเป็นร้อยละ 2.15

   
 
   
   

จำนวนประชากร

   
   

จากข้อมูลของสำนักบริหารการทะเบียน กรมการปกครอง รายงานว่า จังหวัดชัยภูมิมีประชากร ณ เดือนมิถุนายน พ.ศ.2550 รวมทั้งสิ้น 1,120,192 คน ชาย 558,031 คิดเป็นร้อยละ 49.82 ของประชากรทั้งจังหวัด หญิง 562,161 คน คิดเป็นร้อยละ 50.18 ของประชากรทั้งจังหวัด ในปี 2549 มีประชากรทั้งสิ้น 1,119,146 คน เป็นชาย 557,417 คน คิดเป็นร้อยละ 49.81 ของประชากรทั้งจังหวัด เป็นหญิง 561,729 คน ในปี 2550 มีอัตราการเปลี่ยนแปลงของประชากรเพิ่มขึ้น ร้อยละ 0.09 เมื่อเทียบกับปี 2549 คิดเป็นร้อยละ 50.19 ของประชากรทั้งจังหวัด ความหนาแน่นของประชากรโดยเฉลี่ยทั้งจังหวัด 87.66 คน/ตร.กม. เมื่อพิจารณาเป็นรายอำเภอเมืองชัยภูมิมีประชากรมากที่สุด จำนวน 136,801 คน หรือคิดเป็นร้อยละ 12.21 ของประชากรทั้งหมด รองลงมาคืออำเภอภูเขียว จำนวน 110,978 คน หรือคิดเป็นร้อยละ 8.94 ส่วนกิ่งอำเภอซับใหญ่ มีจำนวนประชากรน้อยที่สุด มีจำนวน 13,683 คน หรือคิดเป็นร้อยละ 1.22 สำหรับอำเภอที่ความหนาแน่นของประชากรมากที่สุด คืออำเภอภูเขียว มีความหนนาแน่นของประชากรเท่ากับ 138.42 คน/ตร.กม. รองลงมาเป็นอำเภอบ้านแท่น 134.60 คน/ตร.กม. โดยอำเภอภักดีชุมพลเป็นอำเภอที่มีความหนาแน่นประชากรน้อยที่สุดเพียง 32.715 คน/ตร.กม.

   
 
   
   

จากรายงานของสำนักงานเกษตรจังหวัดชัยภูมิและสำนักงานป่าไม้จังหวัดชัยภูมิ   พบว่า  ในปี 2549/50  จังหวัดชัยภูมิ  มีการใช้พื้นที่และการถือครองที่ดินทางการเกษตรทั้งหมด 3,618,881  ไร่ เมื่อพิจารณาเฉพาะการใช้พื้นที่ทางการเกษตรพบว่า   ส่วนใหญ่ใช้เป็นพื้นที่เพื่อการทำนา  ประมาณ 1,799,978  ไร่   รองลงมาคือ  พื้นที่ปลูกพืชไร่  ประมาณ 1,378,395  ไร่    โดยพื้นที่จำนวนน้อยที่สุด คือพื้นที่อื่นๆ(ทุ่งหญ้า, ประมง) จำนวน 23,724  ไร่ และมีแรงงานทำงานอยู่ในภาคการเกษตรทั้งสิ้น 614,858  คน  คิดเป็นร้อยละ 74.99  ของกำลังแรงงานที่มีงานทำของจังหวัด  ซึ่งนับเป็นจำนวนแรงงานที่มีมากที่สุด